ธาตุทั้งห้าที่ฉันพูดคือ ธาตุไม้ ไฟ ดิน ทอง น้ำ ห้าคำมานิยามเช่นเดียวกับศีลห้าศาสนาพุทธ เช่นเดียวกับห้าพลัง
เดิมแท้ของศาสนาเต๋า และคุณธรรมห้าของศาสนาปราชญ์ เกิดโทสะ (ธาตุไม้)คือ ข้อปาณาฯ ชอบสำรวยสวยงาม
(ธาตุไฟ) คือ ข้อกาเมฯ ซื้อของให้เงินเขาขาดไปแม้ไพเบี้ย (ธาตุทอง) คือ ข้ออทินนาฯ กินหรูหราฟุ่มเฟีอย(ธาตุน้ำ)
คือ ข้อสุราเมรัยฯ พูดโกหกแม้เพียงครึ่งคำ (ธาตุดิน)ก็คือข้อมุสาฯ
คนธาตุไม้ มีวิบากภัย คนธาตุไฟ ได้รับทุกข์ คนธาตุดิน ต้องเหนื่อยหนัก
คนธาตุทอง ต้องยากจน คนธาตุน้ำ ต้องเสียอารมณ์
ธาตุในตัวเป็นอะไรก็เกิดวิสัยเป็นธาตุนั้น ๆ มหาพรหมราชเจ้าเหลาจื่อ โปรดว่า "เคราะห์ภัยวาสนาหามีประตูเปิดไม่"
ตนเองสิเรียกไว้ให้เอาเข้ามา""ไม่ผิดทีเดียวฉันจึงว่า เรื่องดีเรื่องร้ายล้วนแตวิสัยของตัวเองนั่นแหละชักนำเข้ามา
ความทุกข์ของคนล้วนอยู่ในจิตวิสัยของตน ไม่ยอมใคร คือพลังอินธาตุไม้ ชอบเอาชนะเหตุผลคือพลังอินธาตุไฟ
ชอบขัดเคืองโทษโพย คือพลังอินธาตุดิน ชอบถกเถียงโต้แย้ง คือพลังอินธาตุทอง ชอบจุกจิกยุ่งยาก คือ
พลังอินธาตุน้ำ ญาณที่เบื้องบนประทานมาเรียกว่า ธรรมญาณ ธรรมญาณวิสัยจะไม่เอนเอียง ส่วนญาณวิสัยที่มี
อยู่ในโลกีย์ชน เรียกว่า"อนุสัย (สันดาน) มีบางมีหนา สิ่งที่มาเรียนรู้ใหม่ในภายหลังเรียกว่านิสัยความเคยชินมีดีมีชั่ว
อนุสัยไม่ปรับเปลี่ยนจะไม่ไหวคม นิสัยเลวไม่กำจัด ไม่อาจหยัดยืน หากอนุสัยหนักไปทางธาตุไม้การพูดจามัก
จะกระทบกระเทียบ เปรียบเปรย อนุสัยหนักไปทางธาตุไฟ การพูดจามักจะเผาไหม้ทำลาย อนุสัยหนักไปทางธาตุดิน
การพูดจามักจะกดขี่บังคับ อนุสัยหนักไปทางธาตุทอง การพูดจามักจะเชือดเฉือนบาดใจ อนุสัยหนักไปทางธาตุน้ำ
การพูดจามักจะหมกจมเขา คนหากแปรเปลี่ยนกำจัดอนุสัยได้ ธรรมญาณวิสัย ก็จะสำแดงคุณ
อารมณ์วิสัยของคนทั่วไปล้วนไม่เที่ยงตรง ถ้าหนักไปทางธาตุไฟก็ชอบจะเอาชนะยื้อยุดเหตุผล หนักไปทางธาตุดิน
จะข่มแหงรังแกเขา หนักไปทางธาตุทอง จะทำร้ายคน หนักไปทางธาตุน้ำ จะหมกจมเขา หนักไปทางธาตุไม้
จะไม่ยอมรับนับถือใคร กำจัดปรับเปลี่ยนความหนักเอียงไปข้างหนึ่งข้างใดได้ ก็จะได้ธรรมะ