collapse

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: « 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 »
51
หมวดที่ 4 เตี่ยนฉวนซือ (อาจารย์ถ่ายทอดเบิกธรรม)

กวนเซิ่งตี้จวิน เมตตา :

ประทานไว้เนื่องในโอกาสประชุมธรรม 2 วัน  ณ พุทธสถานไท่ฮว่า   จ.ราชบุรี 
วันอาทิตย์ที่  27 พฤศจิกายน   พ.ศ.2554
สายธรรมฟาอีฉงเต๋อ


เป็นเสาคานร่วมแบกรับภาระใหญ่    สืบทอดไกลหนึ่งในสายทองฟ้า
เป็นสะพานเชื่อมโยงเวไนยนา      คุณธรรมนำหน้าแบบอย่างชน

     เดินยากก็ต้องเดิน  ทำยากก็ต้องทำ ปณิธานมุ่งมั่น  เพื่อเวไนยได้หลุดพ้น น้อมรับพระโองการฟ้า  เป็นตัวแทนพระวิสุทธิอาจารย์ พึงสำนึกรู้ภาระหน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์ ถ่ายทอดวิถีธรรม  ฉุดช่วยมวลเวไนยให้พ้นจากทะเลทุกข์  ปรกธรรมแผ่ทั่วสิบทิศ

     ดื่มน้ำรำลึกต้นธาร ประพฤติตนเป็นต้นแบบ เอาคุณธรรมเป็นฐาน พุทธจริยระเบียบต้องเคร่งครัด สำรวมตนบำเพ็ญภายในภายนอก สามชัดเจน สี่เที่ยงตรง เอาใจฟ้ามาดำเนินกล่อมเกลาชน ด้วยการกระทำต้องมีทัศนคติที่เที่ยงตรง เพื่อความก้าวหน้ายั่งยืน พร้อมพิทักษ์รักษาอาณาจักรธรรม ร่วมใจร่วมคุณธรรม   พร้อมบังเกิดมหาปณิธานกว้างไกล ที่จะประกาศคุณอันล้ำค่าแห่งธรรมะ ก่อเกิดอริยภาพภายในสำแดงสู่ศักยภาพภายนอกได้อย่างสมบูรณ์

     ดังนั้น  การตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณพระอนุตตรธรรมมารดา รู้สำนึกจริงใจ ขอขมาผิดบาป ติดตามสายทอง ฉุดช่วยมวลน้องพี่ให้พ้นทุกข์ บรรลุปณิธาน   

     ต่อพระคุณแห่งบรรพจารย์ น้อมสืบสานเทียนมิ่ง ด้วยจิตจงรักมโนธรรม ดำรงความ     เที่ยงธรรม อุทิศเพื่อธรรม ไม่หันหลังต่อธรรม       

     ต่อพระคุณแห่งไป๋สุ่ยเซิ่งตี้ ปู้ซิวสีผู่ซ่า รู้ดำรงขวัญวิญญาณมุ่งมั่น ร่วมสืบสานเจตนาปณิธาน ไม่ทำโดยพลการ

     เป็นตัวแทนพระวิสุทธิอาจารย์ รู้ตระหนัก  ร่วมแบกคานงานโปรดสามโลก ศรัทธา อุทิศ เสียสละด้วยความจริงใจ ไม่หวังตอบแทน ส่งเสริมอุ้มชูปลูกฝังบุคลากร เพื่อเชื่อมโยงกับอีกหมื่นพันเวไนย นี่คือการกตัญญูโดยแท้
เข้าใจไหม

     บทความนี้เป็นหมวดความที่สี่  ในหมวดความอื่นอื่น หมวดนี้เรียกว่าเตี่ยนฉวนซือ
เข้าใจไหม
52
หมวดที่ 3 เหล่าเฉียนเหยิน เฉียนเหยิน (ธรรมาธิการ, รองธรรมาธิการ)

สงฆ์จี้กงวิปลาส เมตตา :


ประทานไว้เนื่องในโอกาสประชุมธรรม 2  วัน  ณ ไท่กวงหมิง จ.ชัยภูมิ
วันอาทิตย์ที่  6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
สายธรรม ฟาอีฉงเต๋อ


   ด้วยเพราะปฏิญาณมหาปณิธานอันยิ่งใหญ่ จากจีนแผ่นดินใหญ่สู่ไต้หวัน เพื่อการปรกแผ่วิถีธรรม  สืบส่งขยายเจริญไกล  จึงทำให้มหาชนได้มีโอกาสรับธรรมะ    บำเพ็ญ   ปฏิบัติธรรม ได้ดำรงมหากรุณาธรรม กอบกู้โลก ฉุดช่วยผองชนทั่วหล้า มหาปณิธานยิ่งใหญ่แลกมาด้วยหยาดน้ำตา และชีวิต จิตหนึ่งใจเดียวไม่เคยหวาดกลัว เสมอต้นเสมอปลาย ใจไม่แปรผัน ดำเนินไม่ถดถอย    ผองชนจึงได้อาศัยขึ้นเรือธรรม    เติบโตอย่างงดงาม   

   ยอมแบกภาระ  จึงทำให้รากเหง้าวิถีธรรมยังคงไม่ขาดสิ้น   อีกทั้งยังได้รับการฟื้นฟูปัญญาญาณ  จึงยังคงไม่ขาดหายไปจากผืนแผ่นดินนี้  อริยกิจสืบสานจึงยาวไกล  ฉุดเวไนยได้กว้างขวาง เอาธรรมะเป็นที่สุดของการเทิดทูน เอาคุณธรรมเป็นที่สุดของความสูงส่งล้ำค่า บำเพ็ญธรรมมีแต่ใจเที่ยงตรง ศรัทธาจริงแท้ การปฏิบัติธรรม ก็เพื่อสงเคราะห์โลกฉุดช่วยคน ยินดีตอบสนองฟ้าเบื้องบน ด้วยชีวิตตั้งใจดำเนินการอย่างรอบคอบ  อรรถาธรรมมิเหนื่อยหน่าย  จึงทำให้งานธรรมกิจเติบใหญ่รุ่งโรจน์ได้  ก่อเกิดต้นธรรมตระหง่านมั่นคงสร้างสรรค์บุคลากร  เชิดชูเสาคาน มหาชนล้วนได้อาศัยร่มบารมีคุณอันยิ่งใหญ่นี้ มหาปณิธานยิ่งใหญ่ดุจทะเลกว้างไกล  ไม่อาจหยั่งถึง ความมุ่งมั่นสูงส่ง  ดุจภูเขาพระสุเมรุที่ก้มลงมองได้ทั่วสิบทิศ

   เมื่อก้าวปฏิบัติ บำเพ็ญธรรมต้องเลียนแบบปฏิปทามหาปณิธานอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ ดื่มน้ำต้องรำลึกถึงต้นธาร ตอบแทนพระคุณฟ้า ดำเนินงานธรรม ทุกสิ่งอย่างไม่เห็นแก่ตัว ไม่ลำเอียง ใช้ใจอันเที่ยงธรรมสว่างไสว ยิ่งใหญ่ไปดำเนิน ฉุดช่วยผู้คนกว้างขวาง นำพาเวไนยเข้าใจหลักเหตุผลต่ออนุตตรธรรม เสมอต้นปลายไม่สงสัยลังเล จิตใจจริงแท้ มั่นคงต่อต้นราก ติดตามปฏิปทา เจริญรอยธรรมได้เช่นนี้  ก็ถือได้ว่าเป็นผู้มีความกตัญญูแล้ว
         เข้าใจไหม
   บทความนี้  เป็นหมวดความที่สาม ในหมวดความอื่นอื่น หมวดความนี้เรียกว่า เหล่าเฉียนเหยิน เฉียนเหยิน




หนันไห่กู่ฝอ เมตตา :
ประทานเนื่องในโอกาสประชุมธรรม 2 วัน ณ ไท่หยาง(กลุ่มพิษณุโลก) จ.พิษณุโลก
วันเสาร์ที่  19  พฤศจิกายน   พ.ศ.2554
สายธรรม ฟาอีฉงเต๋อ


ประกาศธรรมแทนฟ้าช่วยเวไนย   ศรัทธาจริงใจบำเพ็ญธรรมในยุคขาว
ส่งเสริมอุ้มชูเหล่าผู้น้อยจิตสกาว   สืบทอดยาวอาณาจักรธรรมยั่งยืน

     เพื่อเวไนยแล้ว ยอมอุทิศเสียสละ ลอยเรือข้ามมหาสมุทร ไม่ปฏิเสธเหนื่อยยากตรากตรำ เพื่อทางธรรมเจริญก้าวต่อ ไม่หวังสิ่งตอบแทน หนึ่งเดียวในใจ หวังเพียงตอบแทนพระคุณฟ้า คุณบรรพจารย์

     ยามมีชีวิตบุกเบิกแพร่ธรรม ปูรากฐานอาณาจักรธรรมยั่งยืน และโอบอุ้มส่งเสริมมวลญาติธรรมผู้น้อยทั้งหลาย ด้วยทัศนคติปฏิบัติธรรมเที่ยงตรง บำเพ็ญธรรมศรัทธาจริงใจไม่บกพร่อง ล้วนเจริญรอยตามชีพจรธรรม ตลอดชีวิตดำรงตนเป็นแบบอย่างผู้บำเพ็ญยุคขาว  สมถะเรียบง่าย  กตัญญูยิ่ง จงรักภักดียิ่ง  จริยสำรวมสง่างาม   ปัญญาญาณกว้างไกล

     แม้ละกายสังขารกลับคืนแล้ว ยังคงห่วงใยใส่ใจติดตามดูแล หนุนนำงานธรรมกิจอยู่เบื้องหลัง  และส่งเสริมชี้แนะตามโอกาส

     ดังนั้น เหล่าผู้น้อยทั้งหลาย   พึงรู้ถึงพระคุณ  สำนึกตอบแทนคุณ ด้วยการดำรงรักษาขวัญวิญญาณ เป็นเป้าหมายชี้นำทางบำเพ็ญ น้อมตนทุ่มเทแรงดำเนิน ดำรงจุดประสงค์อนุตตรธรรม   ปฏิบัติให้เกิดผลจริง นี่จึงเรียกว่า  กตัญญูแล

     ดั่งที่อริยโบราณกล่าว ความกตัญญูนั้น คือรู้จักสืบสานความมุ่งมั่น  ประกาศเกียรติคุณผู้มีพระคุณ   จึงจะไม่เสียแรงที่เคารพศรัทธา
เข้าใจไหม

     บทความนี้    เป็นหมวดที่สาม   ในหมวดอื่นอื่น หมวดนี้เรียกว่า เหล่าเฉียนเหยิน  เฉียนเหยิน
เข้าใจไหม

Credit : ฉงเต๋อเว็บบอร์ด
53
หนังสือ / หมวดที่ 2 พระธรรมจารย์
« กระทู้ล่าสุด โดย nakdham เมื่อ 28/03/2561, 22:54 »
หมวดที่ 2 พระธรรมจารย์

หนึ่งในแปดเซียน หลี่เถียไกว่ เมตตา :
ประทานไว้เนื่องในโอกาสประชุมธรรม 2 วัน ณ พุทธสถานไท่ผู่  จ.จันทบุรี
วันเสาร์ที่  29  ตุลาคม  พ.ศ.2554
สายธรรม ฟาอีฉงเต๋อ

เป็นผู้สนองบัญชา  สืบส่งพระโองการฟ้าโดยตรงจากพระอนุตตรธรรมมารดา
เป็นพระวิสุทธิอาจารย์   สนองบัญชาสืบทอด เต้าเจิน หลี่เจิน เทียนมิ่งเจิน
เป็นผู้มีมหาปณิธานแน่วแน่  กอบกู้เวไนยสัตว์ทั้งปวงให้พ้นจากทะเลทุกข์


          กาลอุบัติมาของพระธรรมจารย์แต่ละยุคสมัย เป็นไปตามวาระฟ้ากำหนด เป็นเรื่องแยบยลลึกล้ำ ฐานบารมีแต่ละพระภาค เป็นไปตามมหาปณิธานตั้งไว้ สืบต่อไปไม่สิ้นสุด พระประสงค์มีเพียงหนึ่งเดียว ปรกโปรดเวไนย   กอบกู้ชีวิตจิตญาณเก้าหกชายหญิง   คืนกลับรากต้นกำเนิดเดิม

          การเพียรบำเพ็ญธรรม ถูกทดสอบเคี่ยวกรำ รับความทุกข์ยากลำบาก นานัปการ เพื่อรักษาธรรมา พิทักษ์พระโองการฟ้า จึงมุ่งมั่นจิตธรรม บุกเบิกเผยแผ่ธรรมไม่ย่อท้อ ต่างมิได้รักตัวกลัวตาย ใช้มหาเมตตาธรรม ขันติธรรม ผ่านการทดสอบมาได้ พลังศรัทธาจริงใจ ย่อมได้รับธรรมานุภาพคุ้มครองจากฟ้าเบื้องบน  ทำงานธรรมะด้วยมีพระโองการฟ้า  เป็นประจักษ์หลักฐานยืนยัน
ด้วยเหตุนี้ วิธีอนุตตรธรรมจึงสืบทอด พงศาธรรมาจารย์แห่งยุค ประกาศวิถีธรรมสู่ครัวเรือนอย่างกว้างขวาง ชุบชูชีวิต เวไนย เบิกทางสันติสุข  เพื่อโลกนิรันดร์กาล

          เพราะฉะนั้น เพื่อแสดงความกตัญญุตาธรรม ผู้บำเพ็ญธรรมกาลยุคขาว พึงสำนึกคุณ เจริญรอยตามปฏิปทาแนวทางของพระธรรมาจารย์ ผู้บำเพ็ญมิอาจผิดเพี้ยนจากรากต้นกำเนิดเดิมเด็ดขาด เมื่อรู้รากต้นกำเนิด มิอาจที่จะละทิ้งพุทธสัมพันธ์ของตนเอง ร้อยพันปีผ่านมา บัดนี้ สตรีได้รับธรรมไม่ต่างจากบุรุษ นับเป็น มหาบารมีคุณจากพระธรรมจาริณี ที่มิอาจลบลืมได้เลย แสดงความกตัญญุตาธรรมของผู้บำเพ็ญ ย่อมได้แก่การแสดงออก คือเจริญรอยตาม ปฏิปทา ศีล จริยวัตร พุทธระเบียบวินัย อันเป็นหนึ่งเดียวกัน พร้อมกับได้นำปฏิบัติคุณธรรมอันประเสริฐยิ่ง จนเป็นแบบอย่าง ต่อผู้บำเพ็ญด้วยกัน และชนทั้งหลายทั่วปฐพี นี่คือการตอบแทนพระคุณแล

          พระพุทธะได้กล่าวไว้ มีฤๅที่ศิษย์ธรรมกาลยุคขาว จะไม่ดื่มน้ำรำลึกหวนต้นธาร มรรคาประเสริฐที่แสดงออก ย่อมได้แก่ การบำเพ็ญ ปฏิบัติ เทิดทูนธรรมะ เคารพบรรพจารย์ จริงใจ เคร่งครัด สำรวมตน รู้กาลเทศะ วางตนสง่างาม เป็นแบบอย่างต่อผู้พบเห็น ให้ผู้อื่นน้อมรับเอาไปปฏิบัติตาม ย่อมได้รับผลธรรมานุภาพประเสริฐนั่นแล




พระโพธิสัตว์อนุศาสน์ เมตตา :
ประทานไว้เนื่องในโอกาสประชุมธรรม 2 วัน ณ พุทธสถานไท่ฮั่น จ.เพชรบุรี
วันอาทิตย์ที่ 13  พฤศจิกายน  พ.ศ.2554
สายธรรม ฟาอีฉงเต๋อ


วิสุทธิอาจารย์ไขชี้แยบยล  ประตูญาณแจ้งกมลพุทธะล้ำ   
ทุกผู้คนน้อมใจบำเพ็ญธรรม  กลับคืนแดนนิพพานยุคสามเอย

          คำโบราณกล่าว “ไม่มีวิสุทธิอาจารย์ถ่ายทอดให้ อย่าได้พูดถึงธรรมญาณ” นั่นคือ หากไม่มีผู้ชี้ทางให้ จะรู้ถึงจิตญาณตนได้อย่างไร

          ในธรรมกาลยุคขาว นับเป็นความโชคดีเพียงใด ที่มีพระธรรมาจารย์และพระธรรมจาริณี สนองรับพระโองการฟ้าร่วมกัน เป็นพระวิสุทธิอาจารย์แห่งยุค ปรกโปรดกว้างทั้งสามภพ ฉุดช่วยเวไนยทั้งชายหญิง บำเพ็ญร่วมกันอย่างเสมอภาค    เพื่อพ้นจากห้วงทุกข์กลับคืนบ้านเดิม
   
          การปรกโปรดสามภพเป็นภาระหนักและยิ่งใหญ่  ทั้งฉุดช่วยให้ได้ขึ้นเรือธรรมและส่งเสริมอุ้มชู ทั้งเป็นสื่อกลางให้ชำระหนี้กรรม และดูแลบรรพชนลูกหลานให้ได้รับบุญกุศลจากผู้บำเพ็ญ   กราบขอประทานนิรโทษกรรมให้แก่ผู้ที่ผิดพลาดไป ทั้งยังปกป้องผองภัยให้ลูกศิษย์ อีกทั้งในวาระโอกาสต่างๆยังทรงเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย มาคุ้มครองรักษา และประทานโอวาท เพื่อส่งเสริมให้ลูกศิษย์ทั้งหลายได้บังเกิดจิตศรัทธามุ่งมั่นปฏิบัติบำเพ็ญ

          อันว่า “เป็นศิษย์อาจารย์หนึ่งวัน  ตราบชีพนั้นผูกพันดุจพ่อลูก” ฉะนั้น ผู้บำเพ็ญทั้งหลายพึงรู้ถึงพระคุณอันยิ่งใหญ่แห่งพระธรรมาจารย์  ศึกษาพระจริยวัตร  ยิ่งมุ่งมั่นเจริญก้าวตาม  เมื่อรู้ถึงมหาปณิธานปฏิปทาแห่งพระองค์  ต้องรู้สืบสานให้ลุล่วง  ร่วมแบกรับภาระอันยิ่งใหญ่  เป็นเสาคานเพื่อฉุดช่วยเวไนยใต้หล้านี้  กลับคืนแดนนิพพาน นี่คือการกตัญญูต่อพระธรรมาจารย์ 
เข้าใจไหม


Credit : ฉงเต๋อเว็บบบอร์ด
54
นุสนธิ์บุคส์ / อัศจรรย์
« กระทู้ล่าสุด โดย tik เมื่อ 22/02/2558, 03:19 »

“อาจารย์ครับ เราจะสร้างความอัศจรรย์ให้เกิดขึ้นในชีวิตของเราได้อย่างไรครับ?”
นักศึกษาคนหนึ่งยกมือขึ้นถามอาจารย์ผู้สอน
“นั่นคือเมล็ดพันธุ์เมล็ดหนึ่ง!” อาจารย์ชี้นิ้วไปยังต้นไม้นอกตัวอาคาร
นักศึกษาต่างก็พากันงงกับสิ่งที่อาจารย์ตอบและชี้นำ
“ต้นไม้จะเป็นเมล็ดพันธุ์ได้อย่างไร?” นักศึกษาชายคนหนึ่งเกาหัวและพึมพำออกมาอย่างไม่เข้าใจ

“จะไม่ใช่เมล็ดพันธุ์ได้อย่างไร! ต้นไม้ตนนี้ ก่อกำเนิดมาจากเมล็ดพันธุ์เมล็ดหนึ่ง เมล็ดพันธุ์เมล็ดนี้ได้สร้างความอัศจรรย์ขึ้นแล้ว ที่จริง ต้นไม้น้อยใหญ่ทุกต้น ก่อนที่มันจะกลายเป็นต้นไม้ มันต่างก็คือเมล็ดพันธุ์ที่แสนจะเล็กและเปราะบาง” อาจารย์อธิบายหลังจากได้ยินนักศึกษาหนุ่มพึมพำ

“ต้นไม้ทุกต้นต่างเคยเป็นเมล็ดพันธุ์ แต่เมล็ดพันธุ์ทุกเมล็ด ไม่แน่เสมอไปว่าจะเป็นต้นไม้ใหญ่ได้ เมล็ดพันธุ์เมล็ดหนึ่งกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ได้! ชีวิตคนก็เช่นกัน ย่อมสร้างสิ่งอัศจรรย์ได้เช่นกัน?” อาจารย์พูดทิ้งปริศนาให้นักศึกษาทุกคนได้คิดตาม ทุกคนพากันเงียบกริบ ต่างรอฟังคำตอบของอาจารย์

“เมล็ดพันธุ์เมล็ดหนึ่งกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ มันไม่ได้ตกมาจากฟากฟ้า แต่มันเกิดจากพื้นดิน ดังนั้น ชีวิตคนก็เช่นกัน สิ่งอัศจรรย์จะเกิดขึ้นได้ ก็ไม่ใช่เกิดมาจากฟากฟ้า แต่เกิดจากการลงแรงทำจริง
เมล็ดพันธุ์เมล็ดหนึ่งกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ แรกเริ่มคือการผลิยอดแตกใบออกจากพื้นดิน ดังนั้น ชีวิตคนก็เช่นกัน สิ่งอัศจรรย์จะเกิดขึ้นได้ ก็ต้องไม่ดูแคลนหรือละทิ้งโอกาสเล็กๆน้อยๆนั้น
เมล็ดพันธุ์เมล็ดหนึ่งกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ ไม่ได้สำเร็จขึ้นภายในวันเดียว ดังนั้น ชีวิตคนก็เช่นกัน สิ่งอัศจรรย์จะเกิดขึ้นได้ ก็อย่าคาดหวังว่าพอเริ่มลงมือทำ ก็สำเร็จในทันที
เมล็ดพันธุ์เมล็ดหนึ่งกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ เพราะเติบโตวันละนิดวันละหน่อย ดังนั้น ชีวิตคนก็เช่นกัน สิ่งอัศจรรย์จะเกิดขึ้นได้ ก็ต้องก้าวหน้าและใฝ่วิริยะอยู่เสมอ
เมล็ดพันธุ์เมล็ดหนึ่งกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ เพราะได้รับแสงแดดสาดส่องหล่อเลี้ยง แต่ก็ถูกพายุลมพัดกระหน่ำ ดังนั้น ชีวิตคนก็เช่นกัน ความอัศจรรย์ที่เกิดขึ้น ก็มิใช่แสงแดดอันอบอุ่นเพียงอย่างเดียว แต่ยังประกอบรวมด้วยบุคคลที่คิดทำร้ายและหมายทำลายเราอยู่ด้วย”
“อ้อ! มันเป็นอย่างนี้นี่เอง” นักศึกษาต่างพากันกล่าวออกมาพร้อมๆกัน
………………………………
บทเพลงแห่งศรัทธา(When you believe) ที่เป็นเพลงประกอบในภาพยนตร์เรื่อง “Prince of Egypt” ท่อนหนึ่งได้กล่าวไว้ว่า
“อาจเกิดสิ่งอัศจรรย์ นั้นอยู่ที่ใจ
มืดมนเท่าไหร่ หากหวังยังมี
ยิ่งใหญ่เกินใครคิดฝัน พันเท่าทวี
หากเพียงเรานี้ ศรัทธาจริงใจ ทุกสิ่งล้วนเป็นไปได้ ”

ขอเพียงศรัทธาเชื่อมั่นในสิ่งที่เราเลือกและลงมือทำอย่างจริงจัง ความอัศจรรย์ย่อมเกิดขึ้นได้กับชีวิตของเราทุกคน

Credit : นุสนธิ์บุคส์
https://www.facebook.com/NusonBooks/photos/a.286417594859673.1073741828.286409091527190/420936614741103/?type=1&theater
55
นุสนธิ์บุคส์ / คำสัญญา
« กระทู้ล่าสุด โดย tik เมื่อ 22/02/2558, 03:11 »

เขาและเธออยู่กันเพียงลำพัง ไม่มีลูกหลาน
สามีอายุมากกว่า ตอนนี้ดูชราลงไปมาก ส่วนภรรยายังแข็งแรง
ด้วยสุขภาพของสามีที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก เขาเคยบอกภรรยาว่า
“หากวันผมจากไป คุณแต่งงานใหม่ได้นะ ผมไม่ว่า”
“ฉันไม่มีทางแต่งงานใหม่ ฉันจะอยู่กับคุณตลอดไป อย่าจากฉันไปนะ ฉันกลัวความโดดเดี่ยว!” ภรรยากอดสามีไว้แน่น

อยู่มาวันหนึ่ง เขาและเธอไปปีนเขา สามีพลัดตกหน้าผา ทำให้ทั้งแขนและขาใช้การไม่ได้อีกต่อไป เขาจึงต้องนั่งรถเข็น เวลากินข้าวก็ต้องให้ภรรยาเป็นคนป้อน แม้แต่เรื่องอุจาระปัสสาวะ ก็ต้องให้ภรรยาเป็นผู้ชำระทำความสะอาด เพราะไม่มีบุตรสืบสกุลและไม่มีญาติที่ไหนแล้ว แม้เขาและเธอจะลำบากในการดำเนินชีวิต แต่ก็ยิ่งทำให้ทั้งคู่รักและถนอมกันมากขึ้น

อยู่มาวันหนึ่ง คุณหมอได้แจ้งให้เขาและเธอทราบว่า ผู้เป็นสามีเป็นมะเร็ง
เหมือนเคาระซ้ำกรรมซัด จากสภาพร่างกายที่ไม่ปกติอยู่แล้ว ตอนนี้เขาต้องมาทนทุกข์ทรมานกับโรคร้ายและเคมีบำบัดที่แสนจะเจ็บปวดแสนสาหัส
คุณหมอได้สอบถามเขาว่า
“คุณมีสิทธิ์เลือกการุณยฆาตนะครับ คุณจะเลือกไหม?”
“ไม่ครับคุณหมอ ผมเชื่อว่าผมยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้อีกนาน!” ชายชราพูดแล้วก็หัวเราะให้กับหมอ
“ตอนนี้เป็นเพราะอาการของคุณยังไม่หนักมาก คุณอาจทนทานกับความเจ็บปวดได้ แต่เมื่อมะเร็งลามกลายเป็นระยะสุดท้าย ร่ายกายของคุณอ่อนแอมากเกินไป คุณจะทนไหวหรือ?” คุณหมอกล่าวขึ้นด้วยความเป็นห่วง

แม้ภรรยาของเขาจะสะเทือนใจกับสิ่งที่ได้ยิน แต่เธอก็ยังยินดีที่จะดูแลสามีผู้อาภัพเป็นอย่างดี แต่เมื่อเห็นสามีต้องทุกข์ทรมานกับโรคร้าย ใบหน้าของเขาที่ซูบผอมและอิดโรยลงวันแล้ววันเล่า เธอก็ได้แต่กล้ำกลืนความเจ็บปวดนั้นไว้ ไม่กล้าแสดงออกมาให้สามีได้เห็น

อยู่มาวันหนึ่ง เธอได้ถามสามีของเธอว่าทำไมไม่เลือกสิ่งที่คุณหมอเสนอ
สามีของเธอยิ้มและตอบว่า
“ผมเป็นผู้ชายนะ จะเลือกฆ่าตัวตายด้วยวิธีการุณยฆาตได้อย่างไร?”
“โธ่! คุณผู้ชายคะ ตอนนี้คุณไม่ต่างอะไรจากเด็กน้อยที่มีพี่เลี้ยงอย่างฉันคอยดูแลเลยนะคะ ยังมาทำเป็นเก่งอีก!” เธอกล่าวขึ้นแล้วก็พากันหัวเราะ แท้ที่จริงแล้ว เธอดีใจที่สามีไม่เลือกการุณยฆาตแล้วจากเธอไปอย่างไม่มีวันกลับคืน

ยิ่งเวลานานเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรู้สึกสงสารสามีมากเท่านั้น เธอไม่กล้ารั้งสามีให้อยู่ต่อเป็นเพื่อนเธอได้อีกต่อไป เธอขอร้องให้เขาเลือกการุณยฆาต เขาไม่เพียงแต่จะไม่รับปากในสิ่งที่ภรรยาขอ เขายังกุมมือเธอไว้แน่น คุณหมอและพยาบาลต่างรู้สึกอัศจรรย์ใจในความเข้มแข็งของคนไข้ชราคนนี้ ชายชราผู้นี้กำลังต่อกรกับพญามัจจุราชอย่างกล้าหาญ แต่ทุกคนต่างก็รู้ว่าเขาต้องทุกข์ทรมานมากเพียงใด แต่ทุกคนก็ไม่เข้าใจว่าชายชราผู้นี้จะทนทรมานมีชีวิตอยู่ต่อไปทำไมกัน?

บ่ายวันหนึ่ง ภรรยาของเขาก็หลับอย่างไม่มีวันตื่นขึ้นมาอีก
ณ งานฝังร่างของภรรยาผู้เป็นที่รัก ชายชราไม่มีแม้แต่หยดน้ำตา นางพยาบาลได้เข็นรถพาเขามาอยู่ตรงหน้าหลุมศพภรรยา
ภรรยาของเขานอนสงบนิ่งอยู่ในโลงศพ ชายชราได้แต่ยิ้มให้กับภรรยา
นางพยาบาลทนสงสัยต่อไปอีกไม่ได้
“พวกเราคิดว่าคุณรักภรรยามาก ก็เลยไม่อยากจากเธอไปจึงพยายามมีชีวิตอยู่ต่อ”
“คุณพูดถูกแล้ว ผมไม่อาจทิ้งเธอไป ผมจึงพยายามมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อเธอ ผมกลัวเธอร้องไห้ กลัวเธอโดดเดี่ยวและอยู่ลำพังไม่ได้หากผมต้องจากเธอไปก่อน!”
“ตั้งแต่วันที่ผมแต่งงานกับเธอ ผมก็สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ทำให้เธอร้องไห้เป็นเด็ดขาด แต่วันที่ผมนอนขดทรมานอยู่บนเตียงในวันนั้น ผมเห็นเธอร้องไห้เป็นครั้งแรก คุณรู้ไหม ผมเจ็บปวดมากกว่าโรคที่รุมเร้าผมซะอีก ผมผิดสัญญา เพราะผมทำให้เธอร้องไห้เพราะผมในครั้งนั้น”
นางพยาบาลได้แต่กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้มันไหล แล้วก็เข็นเขาออกมา

ผ่านไปอีกสองวัน ชายชราก็นอนหลับแล้วจากไปอย่างไม่มีวันตื่น
ใบหน้าที่อิดโรยเพราะโรคร้ายของเขาเปื้อนด้วยรอยยิ้มบางๆอยู่บนใบหน้าอย่างสุขใจ..........

Credit : นุสนธิ์บุคส์
https://www.facebook.com/NusonBooks/posts/420989651402466:0
56

          ด้วยสถานธรรมฉือเสียน เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ได้จัดงานพุทธา ภิเษก อบรมคุณธรรม จริยะธรรม ๓ วัน ถวายเป็นพุทธบูชาเนื่องในโอกาส วันปีใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

+ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้ตื่นรู้ซึ้งในสัจธรรมแห่งชีวิต
+เสริมสร้างค่านิยมด้านคุณธรรม จริยธรรม เป็นผู้กตัญญูต่อบิดามารดา ผู้มีพระคุณ ห่างไกลจากสิ่งเสพติด อบายมุขทั้งหลาย
+เพื่อจรรโลงและส่งเสริมการประพฤติศีล พัฒนาตน พัฒนาสังคมให้ บังเกิดสันติสุข อันมีธรรมะเป็นสรณะ
+เพื่อสร้างบุญกุศลอุทิศให้บรรพชนผู้ล่วงลับและเจ้ากรรมนายเวร

          ในโอกาสอันดีงามนี้ ทางสถานธรรมฉือเสียน จึงขอเรียนเชิญผู้มีจิตศรัทธา ทุกท่านร่วมงาน และร่วมสร้างบุญ บริจาคทานสมทบกองทุนค่าอาหาร(เจ), ค่าใช้จ่ายต่างๆ ภายในงานพุทธาภิเษก อบรมคุณธรรม จริยะธรรมครั้งนี้

          ณสถานธรรมฉือเสียนเมตตาแห่งปราชญ์
๖๕๐ตลาดสุทธิสารตรงข้ามธนาคารไทยพาณิชย์ถนนสุทธิสารวินิจฉัย
แขวงดินแดงเขตดินแดงกรุงเทพมหานคร

ในวันที่ 2 ถึง 4 มกราคม 2558

          ขออนุโมทนาในส่วนบุญกุศลที่ท่านทั้งหลายได้ร่วมบุญร่วมกุศล ตลอดจนผู้ร่วมอนุโมทนาบุญ ทุกท่านในครั้งนี้ จงเป็นเนื้อนาบุญบันดาลให้ท่าน ประสบแต่จตุรพิธพรชัยคือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณธนสาร สมบัติ ประสบโชค ลาภ เจริญรุ่งเรือง ประสบแต่ความสงบสุข ปราศจากทุกข์ ตลอดกาล นานเทอญ.
57
เพลงธรรม ทำนองเพลงจีน / Re: 慈母淚:อัสสุชลซือหมู่
« กระทู้ล่าสุด โดย Kasajiiza เมื่อ 4/12/2557, 11:24 »
เพราะครับอันนี้ ฟังไป3รอบ เพลินเบย
58
เพลงธรรม ทำนองเพลงจีน / Re: MV : 成聖的地方-調寄自由飛翔
« กระทู้ล่าสุด โดย Kasajiiza เมื่อ 4/12/2557, 11:23 »
ฟังไม่ออกอ่าแต่เพลินดี ^ ^
59
หมวด : รวมเกร็ดธรรม, บทความธรรมะ / Re: FB : โกรธ
« กระทู้ล่าสุด โดย vaapll เมื่อ 5/11/2557, 18:41 »
โกดคือโง่โมโหคือบ้า
60
ชอบนะฟังเพลินดี
หน้า: « 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 »

มหาปณิธาน

พระโพธิสัตว์กษิติครรภ์ (地藏王菩薩)

มหาปณิธานพระโพธิสัตว์กษิติครรภ์ (地藏王菩薩)

“...เพื่อหมู่สัตว์ทั้งหกภูมิผู้มีบาปทุกข์ ข้าพเจ้าจะใช้วิธีการต่างๆ ช่วยให้หลุดพ้นจนหมดสิ้น แล้วตัวข้าพเจ้าจึงจะสำเร็จพระพุทธมรรค”